Skip to content Skip to footer

ทำไมขนมไทยถึงเสียง่าย? เข้าใจอายุการเก็บรักษาขนมไทยที่มีกะทิ

 

ขนมไทยหลายชนิดมีเอกลักษณ์จาก “กะทิ” ที่ช่วยเพิ่มความหอม ความมัน และเนื้อสัมผัสละมุน ไม่ว่าจะเป็นขนมถ้วย ตะโก้ บัวลอย หรือขนมชั้น แต่สำหรับผู้ผลิตและผู้ประกอบการ ความอร่อยในวันผลิตเป็นเพียงจุดเริ่มต้น อีกโจทย์สำคัญคือการรักษาคุณภาพจนถึงมือผู้บริโภค

อายุการเก็บรักษาขนมไทย หรือ Shelf Life จึงเป็นเรื่องที่ต้องพิจารณาตั้งแต่การเลือกวัตถุดิบ การพัฒนาสูตร ไปจนถึงการผลิต บรรจุ และขนส่ง โดยเฉพาะขนมไทยที่มีกะทิและมีความชื้นสูง ซึ่งอาจเกิดการเปลี่ยนแปลงได้หลายรูปแบบระหว่างการเก็บรักษา

กะทิมีผลต่ออายุการเก็บรักษาขนมไทยอย่างไร?

กะทิมีน้ำ ไขมัน และสารอาหาร เมื่อผสมกับแป้ง น้ำตาล ไข่ หรือวัตถุดิบอื่น ๆ คุณสมบัติของขนมที่ได้จะแตกต่างกันตามสูตร กะทิจึงเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญ แต่ไม่ใช่สาเหตุเดียวที่ทำให้ขนมไทยเสียง่าย

ในด้านจุลินทรีย์ สิ่งที่ต้องพิจารณาไม่ใช่เพียงปริมาณน้ำทั้งหมด แต่รวมถึง “ค่าวอเตอร์แอคทิวิตี” หรือ water activity (aw) ซึ่งสะท้อนน้ำที่จุลินทรีย์สามารถนำไปใช้ได้ อาหารที่มีน้ำพร้อมใช้มากอาจเอื้อต่อการเจริญของจุลินทรีย์เมื่อสภาวะอื่นเหมาะสม อ่านเพิ่มเติมได้จาก FDA: Water Activity in Foods

ดังนั้น การประเมิน Shelf Life ขนมไทยต้องมองที่ผลิตภัณฑ์สำเร็จรูป ไม่สามารถกำหนดอายุการเก็บรักษาจากการมีกะทิเป็นส่วนผสมเพียงอย่างเดียวได้

ปัญหาที่อาจพบในขนมไทยที่มีกะทิ

ระหว่างการเก็บรักษา ผู้ผลิตอาจพบปัญหาที่กระทบทั้งความน่ารับประทานและคุณภาพของสินค้า ได้แก่

  • กลิ่นและรสชาติเปลี่ยน: ความหอมเฉพาะตัวลดลง หรือเกิดกลิ่นและรสที่ไม่ต้องการ

  • กะทิแยกชั้น: ส่วนของไขมันและน้ำแยกตัว ทำให้รูปลักษณ์ไม่สม่ำเสมอ

  • เนื้อสัมผัสไม่คงตัว: ขนมอาจแข็งขึ้น เหลวลง หรือมีน้ำแยกออก ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสูตรและสภาวะการเก็บ

  • เกิดกลิ่นหืน: การเปลี่ยนแปลงของไขมันอาจส่งผลต่อกลิ่นและรสชาติ

  • จุลินทรีย์เพิ่มจำนวน: อาจทำให้เกิดการเน่าเสียหรือกระทบความปลอดภัยเมื่อควบคุมไม่เหมาะสม

การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้อาจทำให้ผลิตภัณฑ์ถึงจุดสิ้นสุดอายุการเก็บรักษาเร็วกว่าที่ต้องการ โดยไม่จำเป็นต้องเกิดทุกปัญหาพร้อมกัน

กะทิเป็นระบบอิมัลชัน และสภาวะการให้ความร้อนมีผลต่อคุณสมบัติและความคงตัวของระบบ จึงควรพิจารณาสูตรร่วมกับกระบวนการผลิต ไม่ใช่ดูส่วนผสมแยกกันเพียงอย่างเดียว ดูงานวิจัย Effect of thermal treatments on the properties of coconut milk emulsions

ทำไม Shelf Life จึงสำคัญกับขนมไทยพร้อมรับประทาน?

ขนมไทยแบบ Ready-to-Eat หรือขนมแช่เย็นที่ต้องผ่านการขนส่งและวางจำหน่ายหลายวัน มีช่วงเวลาระหว่างการผลิตกับการบริโภคที่ผู้ประกอบการต้องวางแผนให้ชัดเจน

สินค้าต้องไม่เพียงดูดีเมื่อออกจากครัวหรือโรงงาน แต่ควรคงคุณภาพที่ยอมรับได้ภายใต้เงื่อนไขการเก็บรักษาที่กำหนด ตั้งแต่คลังสินค้า ระหว่างขนส่ง ไปจนถึงจุดจำหน่าย

สำหรับผู้ประกอบการ การพัฒนาอายุการเก็บรักษาขนมไทยจึงเกี่ยวข้องกับการวางแผนผลิต การจัดการสินค้าคงคลัง การลดสินค้าสูญเสีย และการสร้างประสบการณ์ที่สม่ำเสมอให้กับลูกค้า

พัฒนาคุณภาพขนมไทย เริ่มจากการมองทั้งระบบ

ก่อนเลือกแนวทางยืดอายุขนมไทย ควรกำหนดให้ชัดว่าปัญหาหลักของสินค้าคืออะไร เช่น กะทิแยกชั้น เนื้อสัมผัสเปลี่ยน หรือผลตรวจจุลินทรีย์ไม่เป็นไปตามเกณฑ์ แล้วจึงพิจารณาองค์ประกอบร่วมกัน ได้แก่

  1. สูตรและวัตถุดิบ: ชนิดและสัดส่วนของกะทิ แป้ง น้ำตาล และส่วนผสมอื่น

  2. กระบวนการผลิต: ขั้นตอนการให้ความร้อน การทำให้เย็น และการจัดการก่อนบรรจุ

  3. สุขลักษณะและบรรจุภัณฑ์: ความสะอาดและการป้องกันการปนเปื้อน

  4. เงื่อนไขการจัดเก็บและขนส่ง: สภาวะที่สินค้าจะพบจริงตลอดเส้นทางจำหน่าย

  5. การทดสอบผลิตภัณฑ์: ตรวจสอบคุณภาพและความปลอดภัยเพื่อยืนยันอายุการเก็บรักษาที่กำหนด

การกำหนด Shelf Life ควรมีหลักฐานรองรับจากการประเมินผลิตภัณฑ์ ไม่ใช่อาศัยการสังเกตลักษณะภายนอกเพียงอย่างเดียว แนวทางของ FSAI: Validation of Product Shelf-life เน้นการรวบรวมและบันทึกหลักฐานเพื่อยืนยันความเหมาะสมของอายุการเก็บรักษา

ผลิตภัณฑ์ทางเลือกจาก AUROMEX FOOD

AUROMEX FOOD มีผลิตภัณฑ์ทางเลือกสำหรับช่วยสนับสนุน Shelf Life และคุณภาพของขนมไทยที่มีกะทิ โดยเลือกใช้ให้เหมาะกับสูตร กระบวนการผลิต และอายุการเก็บรักษาที่ต้องการ

เป้าหมายในการพัฒนาผลิตภัณฑ์อาจครอบคลุมถึง

  • สนับสนุนการเก็บรักษาได้นานขึ้นภายใต้เงื่อนไขที่กำหนด

  • ช่วยรักษากลิ่นและรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์

  • ช่วยคงความมันและเนื้อสัมผัสที่ต้องการ

  • ลดความเสี่ยงของการเสื่อมคุณภาพในด้านที่ผลิตภัณฑ์นั้นรองรับ

  • เตรียมความพร้อมสำหรับการขนส่งและจำหน่าย

ผลิตภัณฑ์ที่สามารถนำมาประเมินแนวทางพัฒนา ได้แก่ ขนมถ้วย ตะโก้ เปียกปูนกะทิ บัวลอย ลอดช่อง ขนมชั้น ขนมกล้วย และของหวานไทยพร้อมรับประทาน

ทั้งนี้ ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับชนิดผลิตภัณฑ์ สูตร ปริมาณการใช้ กระบวนการผลิต บรรจุภัณฑ์ และสภาวะการเก็บรักษา ต้องทดสอบยืนยันกับขนมแต่ละสูตร การใช้ส่วนผสมเพื่อสนับสนุนคุณภาพไม่ทดแทนการควบคุมสุขลักษณะและความปลอดภัยอาหาร

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับอายุการเก็บรักษาขนมไทย

ขนมไทยที่มีกะทิเก็บได้นานกี่วัน?

ไม่มีจำนวนวันที่ใช้ได้กับขนมทุกชนิด ต้องพิจารณาสูตร การผลิต บรรจุภัณฑ์ และเงื่อนไขการเก็บรักษา พร้อมมีผลทดสอบรองรับ ผู้บริโภคควรปฏิบัติตามฉลากของผลิตภัณฑ์นั้น

กะทิแยกชั้นแปลว่าขนมเสียแล้วหรือไม่?

การแยกชั้นอาจเป็นการเปลี่ยนแปลงทางกายภาพ จึงไม่ใช่ข้อสรุปเรื่องความปลอดภัยโดยลำพัง ในทางกลับกัน ขนมที่ยังดูปกติก็ไม่ได้ยืนยันว่าปลอดภัย ต้องพิจารณาประวัติการเก็บรักษาและข้อมูลผลิตภัณฑ์ร่วมด้วย

ผลิตภัณฑ์ช่วยสนับสนุน Shelf Life ใช้ได้เหมือนกันทุกสูตรหรือไม่?

ไม่ควรสมมติว่าได้ผลเหมือนกันทุกสูตร เพราะขนมแต่ละชนิดมีโครงสร้างและกระบวนการผลิตต่างกัน ควรเลือกแนวทางให้ตรงปัญหาและทดสอบในผลิตภัณฑ์จริงก่อนนำไปใช้เชิงพาณิชย์

รักษาความอร่อยของขนมไทย ตั้งแต่วันผลิตจนถึงมือผู้บริโภค

การยืด Shelf Life ที่ดีไม่ใช่เพียงทำให้สินค้าอยู่ได้นาน แต่คือการพัฒนาให้ขนมคงคุณภาพ ความอร่อย และผ่านเกณฑ์ความปลอดภัยตลอดอายุการเก็บรักษาที่กำหนด

กำลังพัฒนาขนมไทยที่มีกะทิสำหรับการจัดเก็บ ขนส่ง หรือจำหน่าย? ติดต่อ AUROMEX FOOD เพื่อสอบถามผลิตภัณฑ์ทางเลือกที่เหมาะกับโจทย์ของคุณ

"Live a Healthier, Better Life"

Auromex Food

777/4 โครงการ TIP 6 , หมู่ 9 ถนนเลียบคลอง

ส่งน้ำสุวรรณภูมิ ต. บางปลา อ. บางพลี

จ. สมุทรปราการ 10540 

วัน - เวลาทำการ:
วันจันทร์ - วันศุกร์ (08:30 - 17:00 น.)

ช่องทางติดต่อ
อีเมล: AuromexFood@auromex.com
เบอร์ติดต่อ: +66 (0) 2-365-5959
แฟกซ์: +66 (0) 2136-9649

© Copyright 2024 Auromex Food Co., Ltd. All rights reserved.